2006/Apr/18

"ก่อนอื่นเราต้องตอบตัวเองก่อนว่า ถ้ารู้จักกันแล้ว

แล้วเขาไม่รัก เหมือนคนที่ใกล้กัน แต่ก็แค่คนรู้จักกัน

ไม่ได้พิเศษ ไม่ได้รัก เป็นแค่เพื่อน

เราจะยินดีต้อนรับความรู้สึกนั้นได้หรือเปล่า

และยิ่งเห็นหน้าพูดคุยกันอยู่บ่อย ๆ ก็ยิ่งทุกข์ทรมาน

การแสดงออกถึงความเป็นเพื่อนธรรมดา

ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้เป็นคนพิเศษ ไม่ได้สนใจใยดีเรา

สู้ไม่เจอหน้า ไม่รู้จักกันยังดีซะกว่า คงเจ็บน้อยกว่านี้

แต่มักมาคิดได้เมื่อหาเรื่องไปรู้จักเขาแล้ว

โดยลีมคิดไปว่า ถ้าเกิดเขาไม่สนใจเราจริง ๆ

เราจะทุกข์แค่ไหน ยังไงก็ขอให้รู้จักสนิทสนมกันก่อน

แล้วขั้นตอนต่อไปก็คือเวลาแห่งการสร้างมิตร

บทสรุปจะเป็นอย่างไร อยู่ที่เขาและเธอปฏิบัติอย่างไรต่อกัน

ไม่แน่นะ เมื่อได้รู้จักกันมากขึ้น

เธออาจจะเปลี่ยนใจและพบว่า ตัวเองไม่ได้รักเขาอย่างที่คิดก็ได้

หรือหากเขาให้ความสำคัญกับเธอแค่คำว่า เพื่อน

เธอก็ต้องยินดีรับคำ ๆ นั้นด้วยความเต็มใจ

เพราะมิตรภาพกับความรัก บางทีมันก็คนละเรื่องกัน

เขาอาจให้เราได้แค่ความเป็นมิตร

แต่เขาอาจไม่ได้รักเราอย่างนั้น

ไม่ใช่ว่าไม่ดีพอหรอกน่ะ คนบางคนก็เหมาะสมกับคนบางคน

คนบางคนเป็นเพื่อนกันคนบางคนได้

แต่ไม่สามารถเป็นแฟนกันได้

ความรัก..เป็นเรื่องอธิบายยาก ถ้าเธอรักใคร

เธอจะไม่สามารถบอกได้หรอกว่า เธอรักคน ๆ นั้นเพราะอะไร

และถ้าเธอไม่รัก เธอก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงรักเขาไม่ได้

หากเขาไม่ได้รักตอบก็ไม่ต้องทุกข์ใจไปหรอกน่ะ

ยังมีคนที่รอให้เธอรักเขาอยู่ในวันข้างหน้า คิดอยู่เสมอว่า

ถ้าคนที่เรารัก เขาไม่ได้รักเรา นั่นแสดงว่า

ต้องมีอะไรซักอย่างที่เราและเขาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

และถ้าคบกันแล้วคงไปด้วยกันไม่ได้

หัวใจเธอยังมีที่ดินเหลือพอที่จะปลูกต้นรักได้อีก

ไม่เชื่อลองดูต่อไปแล้วกัน"

ข้อความบทนี้ ในหนังสือเล่มนี้ โดนดีจัง...

เลยหยิบยกมา(^o^)

2006/Apr/05

"แม้ชะตาต้องกัน หากแต่ไร้วาสนาต่อกัน..

ระหว่างมิตรภาพกับความรัก ถึงแม้จะเป็นเส้นทางที่ควบคู่ไปด้วยกัน

แต่ว่า..มันก็เป็นทางคนละสายกัน

มิหนำซ้ำ ปลายทางของความรู้สึกก็เป็นคนละจุดหมาย

สำหรับคนที่สนิทกันที่สุด เข้าใจกันที่สุด ห่วงใยกันที่สุด..

ความรู้สึกอาจเป็นเพียงแค่เพื่อน ไม่ใช่คนรักกัน

แต่ความรักมันจะเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น..

จนบางครั้งก็อาจอยู่เหนือคำอธิบายและเหตุผลทั้งปวง"


edit @ 2006/04/05 15:46:53