"ก่อนอื่นเราต้องตอบตัวเองก่อนว่า ถ้ารู้จักกันแล้ว
แล้วเขาไม่รัก เหมือนคนที่ใกล้กัน แต่ก็แค่คนรู้จักกัน
ไม่ได้พิเศษ ไม่ได้รัก เป็นแค่เพื่อน
เราจะยินดีต้อนรับความรู้สึกนั้นได้หรือเปล่า
และยิ่งเห็นหน้าพูดคุยกันอยู่บ่อย ๆ ก็ยิ่งทุกข์ทรมาน
การแสดงออกถึงความเป็นเพื่อนธรรมดา
ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้เป็นคนพิเศษ ไม่ได้สนใจใยดีเรา
สู้ไม่เจอหน้า ไม่รู้จักกันยังดีซะกว่า คงเจ็บน้อยกว่านี้
แต่มักมาคิดได้เมื่อหาเรื่องไปรู้จักเขาแล้ว
โดยลีมคิดไปว่า ถ้าเกิดเขาไม่สนใจเราจริง ๆ
เราจะทุกข์แค่ไหน ยังไงก็ขอให้รู้จักสนิทสนมกันก่อน
แล้วขั้นตอนต่อไปก็คือเวลาแห่งการสร้างมิตร
บทสรุปจะเป็นอย่างไร อยู่ที่เขาและเธอปฏิบัติอย่างไรต่อกัน
ไม่แน่นะ เมื่อได้รู้จักกันมากขึ้น
เธออาจจะเปลี่ยนใจและพบว่า ตัวเองไม่ได้รักเขาอย่างที่คิดก็ได้
หรือหากเขาให้ความสำคัญกับเธอแค่คำว่า เพื่อน
เธอก็ต้องยินดีรับคำ ๆ นั้นด้วยความเต็มใจ
เพราะมิตรภาพกับความรัก บางทีมันก็คนละเรื่องกัน
เขาอาจให้เราได้แค่ความเป็นมิตร
แต่เขาอาจไม่ได้รักเราอย่างนั้น
ไม่ใช่ว่าไม่ดีพอหรอกน่ะ คนบางคนก็เหมาะสมกับคนบางคน
คนบางคนเป็นเพื่อนกันคนบางคนได้
แต่ไม่สามารถเป็นแฟนกันได้
ความรัก..เป็นเรื่องอธิบายยาก ถ้าเธอรักใคร
เธอจะไม่สามารถบอกได้หรอกว่า เธอรักคน ๆ นั้นเพราะอะไร
และถ้าเธอไม่รัก เธอก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงรักเขาไม่ได้
หากเขาไม่ได้รักตอบก็ไม่ต้องทุกข์ใจไปหรอกน่ะ
ยังมีคนที่รอให้เธอรักเขาอยู่ในวันข้างหน้า คิดอยู่เสมอว่า
ถ้าคนที่เรารัก เขาไม่ได้รักเรา นั่นแสดงว่า
ต้องมีอะไรซักอย่างที่เราและเขาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
และถ้าคบกันแล้วคงไปด้วยกันไม่ได้
หัวใจเธอยังมีที่ดินเหลือพอที่จะปลูกต้นรักได้อีก
ไม่เชื่อลองดูต่อไปแล้วกัน"
ข้อความบทนี้ ในหนังสือเล่มนี้ โดนดีจัง...
เลยหยิบยกมา(^o^)
